2007/May/25

How would you be if you couldn't walk freely anymore?
How would you be if you couldn't talk anymore?
How would you be if you couldn't move anymore?
How would you be if you're aware of anything around you, but you can't to anything?

This is what this Japan Series is about. A 15 year old girl named Aya Ikeuchi has this disease and is desperately fighting it. But knowing that there's no cure yet for this sickness, how would you be?

The people around you sees that you're slowly getting more and more sick every day..the pain to see..the tears you'll cry.. the sickness is progressing slowly, but it definately continiouing...

เมื่อตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาผมได้อ่านเวบบอร์ดหลาย ๆ แห่งที่เกี่ยวกับซีรีส์ญี่ปุ่น
ก็จะพบเจอข้อความเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา
ข้อความที่สะกิดต่อมอยากดูเรื่องนี้คือข้อความข้างบนครับ

แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรซักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะหาดูจากไหน
เพราะส่วนมากมันก็ไม่มีซับ (ความจริงซับมันก็มีแหละ แต่ไม่มีปัญญาหาเอง)


จนกระทั่งวันนึง
โอ้ว~ พระเจ้าอู๊ต มันจู๊ดมาก
ก็ได้ประทานสิ่งนี้มานั่นคือ 1 Litre of Tear (Hard Sub)
Note : Hard Sub ซับที่ฝังติดอยู่กับตัวไฟล์เลย


เรื่องย่อ ละครเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ คิโตะ อายะ ซึ่งป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่มีชื่อว่า spinocerebellar degeneration ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ โรคนี้ทำให้แกนสมองของผู้ป่วยค่อยๆเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับสภาวะของโรค ซึ่งจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน

แกนสมอง
เป็นส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆของร่างกาย ให้ทำงานตามที่เราคิด เมื่อแกนนี้มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะมีผลทำให้ ร่างกายเกิดการผิดปกติ โดยจะเริ่มจะไม่สามารถควบคุมร่างกายให้เดินอย่างปกติได้ อาจจะทำให้เซไปเซมา ต่อมาก็จะทำให้การกะระยะด้วยสายตาคลาดเคลื่อน ทำให้เห็นวัตถุใกล้หรือไกลกว่าความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีผลกับการหยิบจับสิ่งของ แม้การเขียนก็จะเป็นไปอย่างลำบากมากขึ้น ส่วนต่างๆของร่างกายก็จะเริ่มไม่ทำงานตามที่เราต้องการ จนถึงระยะสุดท้ายที่แม้แต่การพูดก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่ออ้าปากก็ไม่สามารถบังคับให้ลมผ่านกล่องเสียงออกมาได้ โดยขณะที่ส่วนต่างๆของร่างกายนั้นไม่ทำงาน สมองของผู้ป่วยยังคงเป็นปกติทุกประการ รับรู้และเข้าใจสภาวะรอบด้าน แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือโต้ตอบได้อย่างที่ต้องการ


และเมื่อแกนสมองหดเล็กลงจนหายไป ก็จะมีผลทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

Credit :: มนุษย์ต่างดาว [dvddiary.com]

อายะพบว่าตัวเองเป็นโรคนี้ตอนที่ตัวเธอเองมีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น โดยที่คุณหมอสั่งให้เธอเขียนอาการที่ปกติในแต่ละวัน หรือจะเขียนเป็นบันทึกประจำวันก็ได้ เพื่อที่จะได้เป็นการตรวจดูอาการ เพื่อจะได้ศึกษาและดูแลการเปลี่ยนแปลงของอาการ

ในแต่ละวันที่อายะหลับตาลงนอนเธอก็มีความกังวลพรุ่งนี้เธออาจจะเริ่มเดินไม่ได้, พูดไม่ได้, หรือสุดท้ายเธออาจจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย

ถึงเธอจะเป็นกังวล แต่อายะก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโรคของเธอ เธอจะทำทุกอย่างที่เธอสามารถทำได้นั้นอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ โดยมีบันทึกประจำวันนี้เปรียบเหมือนการใช้ชีวิตอย่างไม่ย่อท้อของอายะ ตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มพบว่าเธอเป็นโรคนี้ จนกระทั่งถึงตอนที่เธอไม่สามารถที่จะจับปากกาได้อีกแล้ว

โดยที่อายะใช้เวลาต่อสู้กับโรคร้ายนี้จนกระทั่งอายุ 25 ปี นับเป้นเวลา 10 ปีที่เธอต่อสู้กับโรคร้ายนี้

ภายหลังการจากไปของอายะได้มีการตีพิมพ์ไดอารี่ของอายะทั้ง 46 เล่มเพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับทั้งผู้ที่ป่วยในโลกนี้หรือผู้ที่อาจจะย่อท้อต่อชีวิต



ความเห็นส่วนตัวหลังจากที่ดูซีรีส์นี้จบ

- รีบไปล้างหน้าก่อน เพราะคาดว่าถ้าใครมาเห็นว่าไอ้บ้านี่เป้นอะไรมานั่งร้องไห้หน้าคอม ตาแดงเชียว (- -)


รู้สึกว่ามันไม่ใช่หนังที่พยายามจะเรียกน้ำตาจากคนดู(แบบหนังเกาหลีเรื่องนึงที่มีเอกลักษณ์ว่า พี่ชาย~ (พยายามทำเสียงน่ารัก ๆ แบบอึนโซด้วย)) แต่เป้นหนังที่สร้างความอบอุ่นในหัวใจได้ดีในระดับนึงเลยล่ะครับ


เพราะว่าอายะเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ถึงแม้ว่าบางทีที่เธอจะท้อแท้แต่ว่า ความใฝ่ฝันของเธอคืออยากเป็นคนที่สามารถที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ เพราะว่ามีสิ่งที่เธอเริ่มที่จะทำไม่ได้มากขึ้น ในทุก ๆ วัน แต่เธอคิดว่ามันต้องมีซักอย่างล่ะที่เธอจะสามารถจะทำเพื่อคนอื่นได้

ถ้าใครยังไม่เคยดูผมแนะนำให้รีบหามาดูครับ ^^


เพิ่มเติม

Quote จากซีรีส์ครับ

Mother, deep inside my heart, i have a mother who always believes me...
from now onward as well, please continue to look after me, i'm sorry to trouble you so much...


I want to make a time machine and revisit the past.
If it weren't for this disease, i might even be in love. I want to cling to someone's arm so badly...


I don't want to say things such as "I want to go back to how things were before"
I recognize how i am right now, and i will continue to live on


Therefore, I definitely won't run away.
That's what i'll do. Definitily, and always


Even if it's like that, i still want to stay here.
Because this is the place where i am.

Comment

Comment:

Tweet


Is your site stuck just because of not good ranking? Do you think you can't do anything? Maybe, but blog commenting service can make all especially for you!
#11 by blog commenting service (103.7.57.18|31.184.238.21) At 2012-07-17 02:14,
You would like to order essays for sale and buy an essay about this topic, at the term paper writing services.
#10 by buy custom essay papers (193.105.210.41) At 2011-11-24 12:54,
My academic career relies upon my academic papers. I will do all to build my career in the university. Hence, I can even buy a Custom Essay to materialize my dreams.
#9 by Write my essays (193.105.210.41) At 2011-11-16 19:40,
I want accomplish an exclusive academic paper, nevertheless, I am going to Buy Essays Cheap in order to get samples for papers writing.
#8 by Buy Custom Essays (193.105.210.41) At 2011-11-05 19:36,
That topic about this good post is superior! Thence students do not have to compose the dissertation or just legal dissertation by their own, they would take your aid.
#7 by thesis writing (193.105.210.41) At 2011-11-04 17:11,
If you are willing to buy a car, you would have to receive the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/home-loans">home loans</a>. Moreover, my mother commonly takes a car loan, which occurs to be the most fast.
#6 by MosleyMELINDA35 (91.212.226.143) At 2011-10-27 09:46,
เพิ่งดูจบครับ กำลังเศร้าได้ที่เลย
#5 by bugton (203.113.60.7) At 2007-06-10 00:22,
นี่แหละ เป็นเหตุผลที่ผมไม่ชอบดูซีรี่ย์แบบนี้ เพราะดูแล้วมันทรมาน แถมบางเรื่องที่อินมากๆ ทำเอาเศร้าไปหลายวัน เลยไม่อยากทรมานตัวเอง
#4 by yatiko At 2007-06-03 00:23,
ฟังดูเศร้าจังเลยค่ะ บางทีก็ไม่ค่อยอยากดูซีรี่ส์เศร้าๆ รู้ตัวว่าน้ำตานองแหงๆ

แค่ Be with you ขนาดไม่ใช่ซีรี่ส์นี่ก็น้ำตาท่วมตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบแล้วนะคะเนี่ย
#3 by หมาผ่าซาก At 2007-05-31 00:48,
น่าดูๆๆๆ :D
#2 by goody At 2007-05-29 20:34,
โอววว เป็นหนังที่น่าดูมากเลยค่ะ ให้กำลังใจมาก ๆๆ ถ้าได้ดูสงสัย น้ำตาท้วมจอแหง๊มๆ เลย
#1 by *~อินู๋วีน~* At 2007-05-26 18:25,